ผู้เขียน หัวข้อ: วันลอยกระทง  (อ่าน 11174 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
วันลอยกระทง
« เมื่อ: 20,พฤศจิกายน,2010, 05:28:12 am »

เทศกาลลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี
 หรืออยู่ในราว
เดือนพฤศจิกายนถือว่าเป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่มีตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัย
เรียกกันว่า งานลอยพระประทีป หรือลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของ
ประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วง
ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลง เป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม เชื่อกันว่าการ
ลอยกระทง หรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศนั้น กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระ
พุทธบาทที่แม่น้ำนัมมหานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ใน แคว้นทักขิณาของประเทศ
อินเดีย ซึ่งปัจจุบัน เรียกว่าแม่น้ำเนรพุททา สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทง
ได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง
หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้

 (k_8); 1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
 (k_8); 2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
 (k_8); 3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
 (k_8); 4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
 (k_8); 5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
 (k_8); 6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
 (k_8); 7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

     (k_4);  ลอยกระทง  (k_4); เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่
กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ
ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน
เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธี
จองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร
พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชา
พระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท
ณ หาดทรายแม่น้ำนัมฆทานที ประเทศอินเดีย

       การลอยกระทงตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทง
รูปดอกบัว และรูปต่างๆถวายพระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ
ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ
ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน  12  ให้ทำโคมลอย  เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชา
พระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน" ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่
และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์
กล่าวไว้ว่า
"ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรงพระบรม
วงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง
ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอกทำประกวด
ประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้างวิจิตรไปด้วยเครื่องสด
คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20  ชั่งบ้าง
ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง" ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปี
ที่สำคัญ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง
และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยัง
นิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้
โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุดที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้
ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคมบนท้องฟ้าพร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาว
สวยงามมากทีเดียว

(k_4); ประวัติการลอยกระทงในประเทศไทย  (k_4);
       การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม
เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของ
พระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคม
ในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำ
สายหนึ่งอยู่ในแค้วนทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา



กรุงเทพมหานคร
สถานที่จัดงาน :    บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานกรุงเทพ-สะพานกรุงธน) กรุงเทพมหานคร

ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
Re: วันลอยกระทง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20,พฤศจิกายน,2010, 05:49:23 am »




(k_8); ลอยกระทง  (k_8);

คืนที่พระจันทร์สวยที่สุดในรอบปี วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 วันลอยกระทงเวียนมาอีกครั้ง ประเพณีลอยกระทงนี้ ในหลายๆตำนานความเชื่อกำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระ คงคา เจ้าแม่แห่งน้ำ สำหรับประเทศไทย โดยการนำของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นคุณค่าความโดดเด่นของ เอกลักษณ์ วัฒนธรรมอันดีงามของประเพณีลอยกระทงนี้ จึงได้กำหนดเทศกาลลอยกระทงเป็น บุ๊คมาร์คที่สำคัญในปฎิทินท่องเที่ยว และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยกิจกรรมที่แทบทุกท้องถิ่นในทุกภูมิภาคประกอบไปด้วย การประกวดกระทง การประกวดนางนพมาศ การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ เพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริงแบบไทย ๆ ส่วนจังหวัดที่มีการจัดงานลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่โดดเด่น ประกอบไปด้วย

ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
Re: วันลอยกระทง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 20,พฤศจิกายน,2010, 05:59:49 am »


ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่สุโขทัย

โดยปีนี้ลอยกระทง สุโขทัย มีกำหนดการจัดงานในระหว่างวันที่ 10 ถึง 12 พฤศจิกายน 2551 เสน่ห์ของการลอยกระทง ที่สุโขทัยอยู่ที่ การที่สุโขทัยเป็นราชธานี มาตั้งแต่โบรณตามที่ปรากฏหลักฐานในหลักศิลาจารึกพ่อขุนราม คำแหงหลักที่ 1 มีข้อความกล่าวถึง การเผาเทียน เล่นไฟ ว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดของอาณาจักรสุโขทัย เมื่อกว่า 700 ปีก่อน ซึ่งได้คลี่คลายมาเป็นประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟในปัจจุบัน ทำให้การลอยกระทงที่ สุโขทัย ที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย มีบรรยากาศที่สามารถรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของอารยะธรรมไทยได้ชัดเจน โดยการแสดงแสง-เสียง จำลองบรรยากาศงานเผาเทียน เล่นไฟสมัยสุโขทัย ให้ผู้คนทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศได้ชื่นชม กิจกรรมของประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่สุโขทัย ปีนี้ประกอบด้วยขบวนแห่กระทงใหญ่ จากหน่วยงานต่าง ๆ ขบวนโคมชักโคมแขวน การแสดงพลุ ดอกไม้ไฟไทยโบราณ เช่น พลุ ตะไล ไฟพะเนียง ไฟกังหัน โคมลอย ฯลฯ ประกวศนางนพมาศ การแสดงแสง-เสียง
คลิปบรรยากาศงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย



งานลอยกระทงสายที่ จังหวัดตาก

ประเพณีลอยกระทงสาย ของชาวจังหวัดตาก ที่ใช้ใช้กะลามะพร้าวที่ไม่มีรู (กะลามะพร้าวตาเดียว)แทนกระทงที่ทำจากต้นกล้วย โดยมีวิธีการลอยคือเมื่อคนกลุ่มแรกใส่น้ำมันหรือขี้ไต้ หรือเทียนน้ำผึ้ง พร้อมในกะลาแล้ว กลุ่มที่สองจะคอยจุดไฟ และกลุ่มที่สามอีก 4-5 คน จะลงไปแช่ในสายน้ำและคอยปล่อยกระทงไฟ การทำงานของทุกจุดต้องแข่งขันกับเวลา เพื่อให้กระทงที่ปล่อยออกไปเป็นสายยาวต่อเนื่องไม่ขาดตอน จนกว่าจะหมดกระทง 1,000 ใบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ความต่อเนื่องกันของแสงไต้จากกระทงไฟ ทำให้เกิดเส้นคดโค้งไปตามกระแสน้ำ
คลิปงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง ของจังหวัดตาก



สำหรับปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เชิญชวนผู้ร่วมงานลอยกระทงแต่งกายด้วยผ้าไทย และเลือกใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมงานลอยกระทงทั่วไทย
ไม่ว่ากิจกรรมลอยกระทงจะทำได้ยิ่งใหญ่เพียงใดแต่หากขาดการรณรงค์ให้คนไทยรักน้ำ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อของกำเนิดประเพณีลอยกระทงที่ เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง



ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: วันลอยกระทง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 21,พฤศจิกายน,2010, 07:18:58 am »
 


ปริศนา "นางนพมาศ" กับ "ประเพณีลอยกระทง" มีจริงหรือ  พระจันทร์เต็มดวงสาดแสงสีนวล ลอย

พระจันทร์เต็มดวงสาดแสงสีนวล ลอยเด่นอยู่บนน่านฟ้าสีนิล 

กระทงใบตองหลายต่อหลายใบก็อาศัยแสงสว่างจากเทียนเล่มเล็กๆ ลอยเด่นอยู่บนน่านน้ำแข่งกับดวงจันทร์ในคือวันเพ็ญ ทำให้วันลอยกระทงเป็นคืนที่หนุ่มสาวทั้งหลายมารวมตัวกันเพื่อสืบทอดและชื่นชมความสวยงามของประเพณีอันดีงามที่สืบเนื่องกันมาแต่โบราณ

แต่มีใครทราบบ้างว่าจริงๆ แล้ว ประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยใด?
 
ยังคงเป็นที่สงสัยและเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าด้วยเรื่องของนางนพมาศและประเพณีลอยกระทงนั้น แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในสมัยใด หนังสือเรื่อง  "นางนพมาศ หรือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์"  ได้มีการจัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2457 โดยมีชื่อเรียกทั้งหมด 3 ชื่อ ได้แก่  1.นางนพมาศ 2.เรวดีนพมาศ 3.ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์  ผู้ที่แต่งหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมานั้นกล่าวกันว่าชื่อ  "นางนพมาศ"  บิดาเป็นพราหมณ์เข้ารับราชการเป็นพระปุโรหิต ในตำแหน่งพระศรีมโหสถ ยศกมเลศครรไลหงส์ พงศ์มหาพฤฒาจารย์ (พราหมณ์ผู้ดำเนินพระราชพิธีในวัง) เมื่อครั้งนครสุโขทัยเป็นราชธานีของสยามประเทศ บิดาและมารดานามว่าเรวดีได้นำนางนพมาศเข้าถวายแด่สมเด็จพระร่วงเจ้า (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นสนมเอกในตำแหน่งท้าวศรีจุฬาลักษณ์
 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงวิเคาระห์ไว้ว่า ข้อความในหนังสือนั้นกล่าวด้วยเรื่องประวัติความเป็นมาของผู้แต่งที่อ้างว่าตนนั้นมีนามว่า "นพมาศ" ได้ถือกำเนิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระร่วงเจ้า (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) และได้เข้าถวายการรับใช้พระเจ้าอยู่หัวผู้ปกครองเมืองสุโขทัย
 
 
 


 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนวนที่ใช้เขียนนั้นกลับเป็นสำนวน "ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์"!
 
นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์อธิบายไว้เมื่อพิมพ์ครั้งแรกว่า ทรงมิได้มีความนิยมต่อหนังสือเรื่องนางนพมาศนี้ เนื่องจากทรงเห็นว่ามีข้อความที่กล่าวผิดอยู่หลายแห่งยกตัวอย่างจากหัวข้อที่ว่าด้วยชนชั้นต่างๆ หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงชื่อประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งแท้จริงแล้วในสมัยสุโขทัยนั้นยังมิได้มีต่างชาติประเทศใดเข้ามาเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีเป็นแน่
 
หากแต่ยังทรงกล่าวต่อว่า มีท่านผู้ศึกษาโบราณคดีสมัยก่อนนั้น มีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรมวงศาธิราชสนิท ทรงนับถือหนังสือเรื่องนี้อยู่ จึงคาดว่าหนังสือเรื่องนางนพมาศของดั้งเดิมน่าจะถูกแต่งขึ้นโดยท้าวศรีจุฬาลักษณ์พระสนมเอกในสมเด็จพระร่วงเจ้า (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) จริงดังที่กล่าวไว้ หากแต่ฉบับเดิมอาจจะเก่าและขาดหายไปบ้าง จึงมีผู้ที่อยู่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แต่งขึ้นใหม่โดยตั้งใจจะปฎิสังขรณ์ให้เรียบร้อย แต่ผู้แต่งมิได้ถือเอาความจริงเท็จในพงศาวดารเป็นสำคัญ แต่ต้องการจะแต่งให้ไพเราะเพราะพริ้งเรียบเรียงลงไปตามความรู้ที่มีอยู่ในเวลานั้น เรื่องราวในหนังสือจึงวิปลาสไป
 
กรมศิลปากร จึงจัดจำแนกให้หนังสือทั้ง 3 เล่มนี้ อยู่ในสมัยสุโขทัย แต่ได้มีคำอธิบายเรื่องสุภาษิตพระร่วงและคำอธิบายเรื่องนางนพมาศกำกับให้รู้ว่าการจัดไว้ให้เป็นวรรณกรรมสมัยสุโขทัยก็เพียงเพื่อ "มิให้เกิดความสับสนแก่ผู้ที่ศึกษาและเพื่อมิให้ขัดกับตำรับตำราว่าด้วยวิชาประวัติวรรณคดีไทยปัจจุบันเท่านั้นเอง"
 
ทั้งนี้ กรมศิลปากรยังบอกต่ออีกว่า "วรรณคดีเรื่องนางนพมาศนี้น่าจะจัดไว้ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยเหตุที่การกำหนดยุคสมัยของวรรณคดีนั้นเป็นสำคัญ มิใช่กำหนดจากข้อมูลในเรื่อง..." (กรมศิลปากร : ๒๕๒๘ : ๒๕๕)
 
ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงษ์  ได้กล่าวระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ความน่าสนใจของหนังสือเรื่องนี้อยู่ที่ว่าเป็นงานวรรณกรรมที่เขียนในสมัยช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ความพยายามที่ไปจัดนางนพมาศเป็นวรรณกรรมสุโขทัยนั้นได้ปิดบังมิให้ได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอันแฝงเร้นอยู่ในวรรณกรรมชิ้นนี้มาเป็นเวลานาน"
 
สุพจน์ แจ้งเร็ว  บรรณาธิการพิเศษของ  "ศิลปวัฒนธรรม"  ได้เขียนบทความลงในหนังสือศิลปวัฒนธรรมมาก่อนหน้านี้แล้วในฉบับเดือน พฤศจิกายน (ปีที่ 5 ฉบับที่ 1) และฉบับเดือนธันวาคม (ปีที่ 5 ฉบับที่ 2) พ.ศ.2526 ซึ่งได้เสนอหลักฐานและพยานแวดล้อมอีกจำนวนหนึ่งที่ยืนยันว่าเป็นวรรณกรรมที่เขียนขึ้นในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดินรัชกาลที่ 3 เป็นแน่
 
นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์แท้จริงแล้วได้เป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรื่องนางนพมาศนี้จริงหรือไม่?
 
สุจิตต์ วงษ์เทศ  ได้รวบรวมข้อมูลและข้อสันนิฐานทั้งหมดเอาไว้ในหนังสือเรื่อง "ไม่มีนางนพมาศ ไม่มีลอยกระทง สมัยสุโขทัย" เพื่อให้นักอ่านที่สนใจความเป็นมาเป็นไปของประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศได้ลองวิเคราะห์พิจารณากันดูว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ...
 

โดยส่วนตัวแล้ว สุจิตต์ วงษ์เทศ ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่านางนพมาศนั้นได้มีตัวตนอยู่จริง จึงเชื่อว่าเรื่องนางนพมาศนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาให้เป็นนิยาย ซ้ำยังกล่าวอีกว่า "ถ้าหากนางนพมาศที่มีตัวตนอยู่จริงก็คงจะมีเพียงบรรดา  "เทพีนางนพมาศ"  ที่ชนะการประกวดความงามประจำปีตามเวทีประกวดต่างๆ ทั่วประเทศไทยมานานหลายสิบปี ซึ่งก็คงจะมีเยอะเกินจนยากที่จะจดจำได้ไหว"
 
แล้วท่านผู้อ่านเล่าคิดอย่างไร ... 

 
***************************************
แหล่งอ้างอิง : หนังสือนางนพมาศ หรือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์,พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๕๗,พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ พ.ศ.๒๕๑๓ ; หนังสือไม่มีนางนพมาศ ไม่มีลอยกระทง สมัยสุโขทัย : สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ,พิมพ์ครั้งที่ ๒ พฤศจิกายน,๒๕๓๙
 
 
 
 
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: วันลอยกระทง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 21,พฤศจิกายน,2010, 07:31:58 am »
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
Re: วันลอยกระทง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 22,พฤศจิกายน,2010, 10:10:06 am »
ม่ะวาน  อดลอยกระทงเรยยยย...เพราะมัวแต่ไปเที่ยว
แวะโน่น แวะนี้จนค่ำอ่ะ .. (tn7)=

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31