ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ  (อ่าน 8431 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« เมื่อ: 23,กุมภาพันธ์,2011, 09:38:47 pm »

การปลูกผักแต่ละชนิดนั้น ผู้ปลูกจำเป็นต้องเข้าใจถึงลักษณะ การเจริญเติบโตของผัก ชนิดต่างๆ ก่อนเพื่อให้การปลูก และการดูแลรักษา พืชผักให้เหมาะสม กับชนิดของผัก เทคนิคการปลูกผักสวนครัว จึงควรทราบ ดังนี้

1. ตระกูลแตงและตระกูลถั่ว ได้แก่ แตงกวา แตงโม แตงโม ฟักทอง บวบ น้ำเต้า มะระ ถั่วฝักยาว ถั่วแขก และถั่วอื่น ๆ
- ผักต่าง ๆ เหล่านี้มีเมล็ดค่อนข้างใหญ่ งอกเร็ว เช่นผักประเภทเลื้อยถ้าจะปลูกให้ได้ผลดีและดูแลรักษาง่ายควรทำค้าง

- วิธีการปลูก หยอดเมล็ดโดยหยอดในแปลงปลูก หรือภาชนะปลูกหลุมละ 3 – 5 เมล็ด

- เมื่อเมล็ดงอกมีใบจริง 3 – 5 ใบ หลังจากนั้นถอนแยกให้เหลือเฉพาะต้นที่แข็งแรง หลุมละ 2 ต้น

- ใส่ปุ๋ยยูเรียหลังเมล็ดงอก 2 อาทิตย์ เมื่อเริ่มออกดอกใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12

- ให้นำสม่ำเสมอ คอยดูแลกำจัดวัชพืช และแมลงต่าง ๆ

- เริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 40 – 60 วัน หลังหยอดเมล็ด


(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 23,กุมภาพันธ์,2011, 09:43:32 pm »

2. ตระกูลกะหล่ำและผักกาด ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหัว กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี และบร๊อกโคลี

- ผักตระกูลนี้มีเมล็ดค่อนข้างเล็ก บางชนิดมีราคาแพงมาก เพราะส่วนใหญ่ต้องสั่งเมล็ดมาจากต่างประเทศ

- วิธีปลูก หยอดเมล็ดเป็นหลุม ๆ ละ 3-5 เมล็ด ห่างกันหลุมละ 20 เซนติเมตร หรือโรยเมล็ดบาง ๆ เป็นแถวห่างกันแถวละ 20 เซนติเมตร หลังหยอดเมล็ดหรือโรยเมล็ด 10 วัน หรือเมื่อมีใบจริง 2-3 ใบ ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 2 ตัน หรือหากโรยเมล็ดเป็นแถวให้ถอนอีก ระวังระยะต้นไม่ให้ชิดกันเกินไป

- ใส่ปุ๋ยยูเรียหลังจากถอนแยกหรือทำระยะปลูกแล้ว

- หลังใส่ปุ๋ยครั้งแรก 10 วัน ใส่ปุ๋ยยูเรียครั้งที่สอง

- อายุเก็บเกี่ยวผักแต่ละชนิดแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น คะน้า กวางตุ้งเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-45 วัน ผักกาดหัว 45-55 วัน ผักกาดขาวปลี เขียวปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-60 วัน หลังหยอดเมล็ด

- เมื่อเก็บเกี่ยวไม่ควรถอนผักทั้งต้นเก็บผักให้เหลือใบทิ้งไว้กับต้น 2-3 ใบ ต้นและใบที่เหลือจะสามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้อีก 2-3 ครั้ง

- ข้อควรระยัง ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ ผักตระกูลนี้มักมีปัญหาโรคและแมลงค่อนข้างมาก ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด


(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 23,กุมภาพันธ์,2011, 09:48:27 pm »

3. ตระกูลพริก-มะเขือ ได้แก่ พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือพวง มะเขือเทศ

- ผักตระกูลนี้ควรมีการเพาะกล้าก่อนย้ายปลูกในแปลง

- การเพาะกล้า เตรียมดินในกะบะเพราะหรือในถุงพลาสติก

- หยอดเมล็ดในถุงเพาะ ถุงละ 3 – 5 เมล็ด ถ้าเพาะในกะบะเพาะ ควรเว้นระยะระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ระหว่างแถว 10 เซนติเมตร

- เมื่อเมล็ดงอกแล้วมีใบจริง 2-3 ใบ ถอนแยกเหลือต้นกล้าแข็งแรงสมบูรณ์ไว้ 2 ต้น

- เมื่อกล้ามีใบจริง 5-6 ใบ หรือหลังเพาะกล้าประมาณ 30 วัน ย้ายกล้าลงแปลงปลูก

- เมื่อต้นกล้าตั้งตัวได้ หรือเริ่มเจริญเติบโต ใส่ปุ๋ยยูเรีย 1 ครั้ง

- เมื่อต้นเริ่มออกดอกใช้ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 12-24-12

- อายุเก็บเกี่ยว มะเขือเทศประมาณ 50-60 วัน หลังย้ายกล้า และพริก มะเขือ ประมาณ 60-75 วัน หลังย้ายกล้า
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 23,กุมภาพันธ์,2011, 09:55:23 pm »

4. ตระกูลผักชีและตระกูลผักบุ้ง ได้แก่ ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักบุ้ง

- ควรนำเมล็ดแช่น้ำก่อนปลูก ถ้าเมล็ดลอยให้ทิ้งไปและนำเมล็ดที่จมน้ำมาเพาะ

- หว่านเมล็ดในแปลง โดยจัดแถวให้ระยะห่างกัน 15-20 เวนติเมตร กลบดินทับบาง ๆ ประมาณ 1 เซนติเมตร สำหรับขึ้นฉ่าย

- ผักบุ้งจะงอกใน 3 วัน ผักชีประมาณ 4-8 วัน และขึ้นฉ่าย 4-7 วัน

- เมื่อกล้างอกมีใบจริง ถอนแยกและพรวนดินให้โปร่งเสมอจนเก็บเกี่ยว

- ผักบุ้งจีนเก็บเกี่ยวได้ภายใน 15-20 วัน ผักชี 45-60 วัน และขึ้นฉ่าย 60-70 วัน

- สำหรับผักชีและขึ้นฉ่าย ไม่ชอบแสงแดดจัด อาจปลูกในที่ ๆ มีร่มเงาได้ แต่สำหรับผักบุ้งจีน ต้องการแสงแดดตลอดวัน




ปลูกผักบุ้ง

ใช้วิธีปลูกโดยเพาะเมล็ดค่ะ ที่ซองเขียนว่า 2 สัปดาห์ตัดกินได้
แต่เอาเข้าจริงก็รอนานเหมือนกันกว่ามันจะโตเต็มที่...เป็นอย่างนี้   (56): (56):
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 23,กุมภาพันธ์,2011, 10:09:57 pm »


5.ตระกูลโหระพา กะเพรา แมงลัก และตระกูลผักชีฝรั่ง ได้แก่ โหระพา กะเพรา แมงลักและผักชีฝรั่ง

- เตรียมดินให้ละเอียด หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือ ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดี แล้วโรยทับบาง ๆ รดน้ำตามทันทีด้วยบัวรดน้ำตาถี่

- เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน

- เมื่อกล้าอายุ 1 เดือน ถอนแยกจัดระยะต้นให้โปร่ง หรือใช้ระยะระหว่างต้น ประมาณ 20-30 เซนติเมตร

- โหระพา กะเพรา แมงลัก เก็บเกี่ยวได้หลังหยอดเมล็ด 45-50 วัน ผักชีฝรั่ง เก็บเกี่ยวได้หลังหยอดเมล็ด 60 วัน

- สำหรับโหระพา กะเพรา และแมงลัก ในระหว่างการเจริญเติบโตให้หมั่นเด็ดดอกทิ้งเพื่อให้ลำต้นและใบเจริญเติบโตได้เต็มที่

- ผักชีฝรั่ง ตัดใบไปรับประทาน เหลือลำต้นทิ้งไว้จะสามารถเจริญเติบโตได้อีก


(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 24,กุมภาพันธ์,2011, 10:38:45 am »


ผักปูเล่ ที่ปลูกไว้  นำมาอวดคุณลุงต้า ก่ะกาปุก อ่ะ โตแค่เนี๊ยะ .. (56):

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: เทคนิคการปลูกผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 01,มีนาคม,2011, 10:01:53 pm »


พาร์สเลย์ (Parsley)
 พาร์สเลย์ (Parsley) มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Petroselinum cripum เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Apiaceae(Umbelliferae) เป็นพืชสองฤดู แต่ปลูกเป็นพืชฤดูเดียว มีถิ่นกำเนิดอยู่ในยุโรป และแถบเมดิเตอร์เรเนียม ใช้ในส่วนของใบมาเป็นอาหาร ลักษณะใบหยิก เป็นฝอย มีกลิ่นหอม สภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพาร์สเลย์ (Parsley) พาร์สเลย์ (Parsley) ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แสงแดดจัดบางช่วง ชอบอากาศเย็นอุณหภูมิระหว่าง 18-25 องศาเซลเซียส เบบี้แครอท (Baby Carrot)



เบบี้แครอท (Baby Carrot)
ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Daucas carota ลักษณะทั่วไปของ เบบี้แครอท เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Apiaceae(Umbelliferae) มีรูปทรงยาวรี โคนใหญ่ ปลายเรียวแหลม หัวมีสีส้ม เนื้อแข็งกรอบ ใช้ส่วนรากที่เติบโตเป็นหัวในการบริโภค ปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กได้ ให้ผลตอบแทนสูง ใช้เวลาในการปลูกสั้น ต้องการการเอาใจใส่มาก เบบี้แครอท (Baby Carrot) เจริญเติบโตได้ดีในเขตหนาว อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง



เฟนเนล (Fennel)
 เห็นชื่อแล้วอย่าพึ่งนึกว่า เป็นรถสปอร์ตรุ่นใหม่นะ เพราะว่ามันคือๆ คือ… ผัก!!! ถูกก ต้องนะค๊าบบบบ… ก่อนที่จะบ้ามากไปกว่านี้ เฟนเนล หรือภาษาปะกิตว่า fennel หลายคน คงไม่ค่อยจะได้เห็น เจ้าผักชนิดนี้กัน เพราะส่วนใหญ่แล้ว เฟนเนล (Fennel) เป็นพืชผักที่ปลูกได้ดี ในพื้นที่อากาศค่อนข้างเย็น จึงเห็นปลูกกันในแถบภาคเหนือ ใครเป็นเด็กดอยในเขต พื้นที่ของโครงการหลวงต่างๆ



แครอท (Carrot)
แครอท อยู่ในวงศ์ Apiaceae (Umbelliferae) มีถิ่นกำเนิด อยู่แถบเอเชียกลาง จนถึงทางตะวันออก ต่อมาได้เผยแพร่เข้าไปใน ยุโรป และประเทศจีน แครอทเป็นพืชสองฤดู โดยฤดูแรกเจริญทางต้น ใบ และราก  ฤดูที่สองจะเจริญทางดอก และเมล็ด ลักษณะลำต้นเป็นแผ่นใบ จะเจริญจากลำต้น เป็นกลุ่มมีก้านใบยาว  ประกอบด้วย เปลือกบาง(Periderm) และส่วนของเนื้อ(Cortex) ซึ่งประกอบด้วยท่ออาหาร และเป็นแหล่งเก็บ อาหารสำรอง


 เซเลอรี่ (Celery)
เซเลอรี่ จัดเป็นพืชวงศ์ Apiaceae (Umbelliferae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens var. secalium และเป็นพืชตระกูลเดียว กับพลาส์เล่ย์ มีถิ่นกำเนิด ในแถบประเทศสวีเดน ถึงอียีปต์ และอบิสซิเนีย ลักษระลำต้นสั้น อยู่ระหว่างราก และก้านใบ  ก้านใบอวบหนา ใบเป็นแบบ pinnate มีจำนวน 5-7 ใบ ต่อก้านใบ  ก้านที่อยู่ด้านในมีขนาดเล็ก กรอบเรียก “the heat”  ก้านใบ เป็นสันชัดเจน โคนก้านใบกว้าง มีแป้ง และสารอาหารประเภทแป้งสูง

(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31