ผู้เขียน หัวข้อ: ในหลวงทรงประทับเรืออังสนาในการเสด็จทางชลมารค เพื่อเปิดโครงการของกรมชลประทาน  (อ่าน 1924 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644





วันนี้ (7 ก.ค. 55) เวลา 16.30 พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ในฐานะ ผบ.ทร.พร้อมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะติดตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ เสด็จออกจากอาคารโรงพยาบาลศิริราช มาที่ท่าเทียบเรือ ประทับเรือพระที่นั่งอังสนา เรือพระที่นั่ง ล่องแม่น้ำลงเรืออังสนาไปด้วยตลอดเส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังเกาะเกร็ด โดยโครงการชลประทานทั้ง 5 โครงการ ที่ นายกรัฐมนตรี จะกราบบังคมทูลถวายรายงาน คือ

1.เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
2.เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก
3.อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ จ.กาฬสินธุ์
4.ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต จ.นครพนม และ
5.โครงการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ จ.นครศรีธรรมราช

การเสด็จฯเพื่อเปิดโครงการชลประทานทั้ง 5 โครงการนี้จะมีการถ่ายทอดสด ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินกระทั่งเสด็จฯกลับในเวลา 20.00 น. โดยประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเส้นทาง ได้เตรียมทำความสะอาดหน้าบ้าน และประดับธงสัญลักษณ์ พร้อมรับเสด็จฯด้วย

สำหรับเรืออังสนาที่กองทัพเรือจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่งครั้งนี้เป็นเรือที่กองทัพเรือสั่งต่อขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 เพื่อใช้รับรองพระราชอาคันตุกะ ประมุขของประเทศต่างๆ และแขกระดับสูงของรัฐบาล ต่อมาในปี พ.ศ.2550 กรมอู่ทหารเรือได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทดลองใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 100 โดยใช้ปาล์มน้ำมัน เป็นวัตถุดิบ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อลดมลพิษและควันดำ อันเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการทดลองเป็นระยะเวลา 3 ปี และปรากฏผลดีเป็นอย่างยิ่ง เรืออังสนาเป็นเรือที่มีระบบการเดินเรือที่ทันสมัยและปลอดภัย ด้วยขนาดตัวเรือยาว 49 เมตร กว้าง 10 เมตร รองรับผู้ร่วมงานได้ประมาณ 250 คน สำหรับชื่อเรือ อังสนา แปลว่า ดอกประดู่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยประทับเรืออังสนาที่กองทัพเรือจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่งเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 และ ประตูระบายน้ำ คลองลัดโพธิ์ เมื่อ 24 พ.ย.53

นครนายกเตรียมพร้อมเปิดเขื่อนขุนด่านปราการชล

ในส่วนของจังหวัดนครนายก ได้เตรียมความพร้อมในวันดังกล่าว โดยจะมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกิจกรรมที่บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ประมาณ 2,000 คน โดยทางจังหวัดนครนายกได้จัดให้มีกิจกรรมเสริม อาทิ การลงนามถวายพระพร การถวายพุ่มเงิน-พุ่มทอง ถวายพระพรสักการะ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ความเป็นมาของโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล และโครงการพระราชดำริฯ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครนายก พร้อมกันนั้น มีการฉายวีดิทัศน์เกี่ยวกับ โครงการ “นครนายกจังหวัดอัจฉริยะ” และประวัติเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ชมด้วย ส่วนภาคบันเทิง จะมีการแสดงของสถาบันการศึกษาและได้รับเกียรติจากนักร้องชื่อดัง เสรี รุ่งสว่าง และแพรวา พัชรี มาให้ความบันเทิงกับประชาชนในภาคกลางคืนอีกด้วย

นครพนมจัดกิจกรรมแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ต.น้ำก่ำ  ซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริ ให้กรมชลประทานดำเนินโครงการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2535  ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาวถึงปี 2559  ใช้งบประมาณมากกว่า 6,000 ล้านบาท  ในการสร้างประตูเก็บกักน้ำ ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต  รวมถึงระบบส่งน้ำ ของแม่น้ำสาขาทั้งหมด จนถึงลำน้ำโขง เป็นระยะทางยาวกว่า 123 กิโลเมตร  เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย และปัญหาภัยแล้งของเกษตรกร ที่อาศัยอยู่ทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำก่ำ ในพื้นที่ 2 จังหวัด สกลนคร ถึงนครพนม มีเป้าหมายครอบคลุมเป็นพื้นที่ถึง 165,000 ไร่    โดยปัจจุบันโครงการได้คืบหน้ามาแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์  ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์สามารถใช้น้ำในการเกษตรได้อย่างเพียงพอในช่วงเกิดภาวะภัยแล้ง  รวมถึงลดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม หลังจากมีการก่อสร้าง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 ส่วนในการเตรียมพร้อมพิธีเปิดทางกรมชลประทานได้ร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดเตรียมสถานที่ เพื่อประกอบพิธี พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2555  เวลาประมาณ 18.00 น.  ที่สำคัญที่เป็นความภาคภูมิใจมากที่สุด คือ นครพนม ได้มีการจัดแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับจังหวัดอื่นที่ทำพิธีเปิดชลประทาน โครงการพระราชดำริ  ซึ่งได้รับมอบหมายให้แปรตัวอักษร ตัว ง กับ พ  โดยจะใช้นักเรียนประมาณ 1,000  คน  เพื่อเป็นกิจกรรมในการเฉลิมฉลอง  ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมพิธี

กาฬสินธุ์นำนักเรียนกว่า 600 คนแปรอักษร

จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งรับผิดชอบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์  ในส่วนของการเตรียมความด้านสถานที่ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ทั้งบริเวณของพื้นที่อุโมงค์ผันน้ำ  โดยได้นำต้นไม้หลากหลายพันธุ์มาประดับตกแต่งเพื่อให้สื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์  และความเขียวขจีของพันธุ์พืช ชนิดของพืชที่นำมาตกแต่งจะเน้นให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพพื้นที่ให้มากที่สุด  รวมถึงบริเวณไร่นาที่อยู่ใกล้เคียงกับอุโมงค์ผันน้ำที่กำลังปักดำเสร็จสิ้น  ก็จะยิ่งเพิ่มความสวยงามและสร้างบรรยากาศให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของการการแสดงแปลอักษร  ที่จังหวัดกาฬสินธุ์จะแปรอักษร  สระเอ  (เ)  และ อักษร  จ   พร้อม ๆ กันกับโครงการทั้ง 4 แห่งนั้น  เพื่อรวมกันเป็น “ทรงพระเจริญ”  มีการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายเป็นการซ้อมใหญ่  ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี  โดยการแปรอักษรใช้นักเรียน - นักศึกษาจากโรงเรียนเขาวงพิทยาคม  โรงเรียนพุทโธภาวนาประชาสรรค์  และวิทยาลัยเทคนิคเขาวง จำนวนทั้งหมด  625 คน  ซึ่งทุกคนพร้อมและมีความตั้งใจอย่างมากที่จะร่วมกิจกรรมครั้งนี้  และถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของชาวไทยทั้งแผ่นดิน

พิษณุโลก 3,000 คนเฝ้ารับเสด็จที่เขื่อนแควน้อยฯ

จังหวัด พิษณุโลก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพิษณุโลกได้เตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่และพิธีการ สำหรับวันที่ 7 กรกฏาคม เรียบร้อยแล้ว โดยสถานที่ทำพิธีนั้น ได้ใช้ลานของพิพิธภัณฑ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ฯ เป็นที่ตั้งเวที ขณะนี้กำลังจัดเตรียมเวทีสำหรับพิธีการ โดยวางตัวเขื่อนแควน้อย เป็นฉากหลังของเวที ข้าราชการ ประชาชนชาวอำเภอวัดโบสถ์ และชาวพิษณุโลก ที่มาร่วมงานจะยืนล้อมเป็นวงกลมหันหน้าเข้าเวที และได้จัดเต้นท์อำนวยการ เต้นท์สำหรับจัดนิทรรศกาอีก 30 เต้นท์
              
เวลา 19.05 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรสื่อผสม น้ำสร้างชีวิต เวลา 19.40 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละเขื่อน ทำพิธีเปิดกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพร นายกรัฐมนตรีนำข้าราชการ ประชาชนถวายพระพร เวลา 19.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน 5 เขื่อนพร้อมกัน วางพระหัตถ์ บนแท่นตราสัญลักษณ์โครงการ ทรงทอดพระเนตรพิธีเปิดทั้ง 5 เขื่อน ผ่านระบบวิดีโอลิงค์ ที่ช่วงเวลานี้ ทั้ง 5 เขื่อน ได้ใช้คนเขื่อนละ 1,000 คน แปรอักษร ข้อความ ทรงพระเจริญ โดยเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนฯ เป็นเขื่อนแรก ใช้ประชาชน 1,000 คน โบกธงชาติ ธงสีเหลืองเขียนข้อความว่า “ทร” ยืนเรียงกันบนสันเขื่อนแควน้อยฯ เป็นข้อความ “ ทร”

นครศรีธรรมราชเร่งปรับภูมิทัศน์รับการจัดงาน

ส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีการจัดกิจกรรมขึ้นมากมายทั้งภาคความรู้และภาคบันเทิง ณ บริเวณศูนย์อำนวยการและประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง เนื่องจากคาดว่าในการประกอบพิธีดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมในพิธี เป็นจำนวนมาก โดยเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบพิธีฯ อย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการชลประทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ต่อพสกนิกรชาวนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพสกนิกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่มีครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 จังหวัด คือนครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา
 
สำหรับประตูระบายน้ำ "อุทกวิภาชประสิทธิ" เป็นนามพระราชทานที่เป็นมงคลยิ่ง มีความหมายถึง ความสามารถ แบ่งแยก น้ำจืด น้ำเค็ม ได้สำเร็จ นั่นคือ มีการบริหาร จัดการ อย่างสมดุล ปิดกั้นน้ำเค็มไม่ให้รุกเข้าไปในลำน้ำกักเก็บน้ำจืดไว้ใช้ดำรงชีพซึ่งจะเป็นบทเริ่มต้นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน และเอื้ออำนวยให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำปากพนัง เป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งประตูระบายน้ำอันเป็นปฐมบทของโครงการโครงการการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เริ่ม ทำหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 มีความสามารถเก็บกักน้ำจืด เหนือประตระบายน้ำได้ 72 ล้านลูกบาศก์เมตร มี 10 ช่องบานระบายและมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำในอัตรา 1,246 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยมีการบริหารจัดการ อย่างผสมผสานทั้งหลักวิชาการและเทคโนโลยี การจัดการน้ำของกรมชลประทาน ผนวกกับการมีส่วนร่วมขององค์กรท้องถิ่นในรูปของคณะกรรมการ เปิด-ปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างสมบูรณ์

เย็นนี้แล้วเวลาประมาณ 16.30 น.ขอเชิญพ่อแม่พี่น้อง
เฝ้ารับเสด็จพ่อหลวงของเราที่หน้า ทีวี ขอเชิญทุกท่านครับ


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31