ผู้เขียน หัวข้อ: อธิษฐานให้เป็น  (อ่าน 26645 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 23,มกราคม,2011, 09:04:08 am »
 


1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
(เวลาเปิด-ปิด 05.30 - 19.30 น.)


คติ " ตัดเคราะห์ ต่อชะตา"

กิจกรรม สักการะหลักเมือง ไหว้พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเทพไชยศรี
 เจ้าพ่อหอกลอง ประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ ตามธรรมเนียมเพื่อความเป็นสิริมงคล
 " ไหว้หลักเมือง ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี "

สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง
แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร




 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
(เวลาเปิด-ปิด 08.30 - 16.00 น.)


คติ "แก้วแหวนเงินทองไหลมา"

กิจกรรม ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย - ลาว
เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี "

สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร


 


3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "ร่มเย็นเป็นสุข"

กิจกรรม นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์
(ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ)
เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ อยู่ดีกินดีตลอดปี "

สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร




 4. ศาลเจ้าพ่อเสือ
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีอำนาจบารมี"

กิจกรรม ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ "ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า"
หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา
เพื่อความเป็นสิริมงคล " เสริมอำนาจบารมี "

สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร




 5. วัดสุทัศนเทพวราราม
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีวิสัยทัศน์ที่ดี"

กิจกรรม ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่
ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย
เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป"

สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร



 

6. วัดชนะสงคราม
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง"

กิจกรรม ไหว้พระประธานในโบสถ์และรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)
ผู้นับถือความซื่อสัตย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"

สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร



 


7. วัดระฆังโฆษิตาราม
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีคนนิยมชมชื่น"

กิจกรรม สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง
อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี "

สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย

 



8. วัดอรุณราชวราราม
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน"

กิจกรรม ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

"ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน"

สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่



9. วัดกัลยาณมิตร
(เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "เดินทางปลอดภัย"

กิจกรรม ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน
กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้หลวงพ่อซำปอกง
โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี"

สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี

เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง
หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก

เกร็ดเสริม :: เที่ยวสิริมงคล ไหว้พระ 9 วัด


   เป็นเรื่องที่นิยมมาตลอดกับการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ทัวร์
"ไหว้พระ 9 วัด" กลายเป็น "มงคล" ยอดฮิตที่คนไทยและต่างชาติกำลังให้ความสนใจ
วัดทั้ง 9 ที่ว่ามี วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร, ศาลหลักเมือง, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว),
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์), วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, ศาลเจ้าพ่อเสือ,
วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง), วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


 บางคนเคร่งครัดจัดถึงขนาดที่จะต้องไปสักการะให้ครบทั้ง 9 แห่งในวันเดียว !!! ความฮิตดังว่าทำให้การททท.
หยิบ "ทัวร์มงคล" นี้ใส่ในโปรเจ็กต์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อให้หันมาสนใจท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์กันมากขึ้น
และเพื่อเป็นการดึงดูดใจเป็นทวีคูณ ททท. เหน็บเกร็ดความรู้ ความเชื่อและวิธีการสักการะแต่ละแห่ง
เพื่อเสริมความมงคลกันอย่างสูงสุด

วัดชนะสงคราม ต้องไปสักการะ "พระประธาน" ในพระอุโบสถ และ "สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
" ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า "จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง"

ศาลหลักเมือง ไปสักการะ "เทพารักษ์ทั้ง 5" คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี,
เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี" ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง
ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปที่นี่ต้องไปไหว้ "พระแก้วมรกต" ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ เพื่อ
"แก้วแหวนเงินทองไหลมาเทมา"

วัดพระเชตุพนฯ ต้องไปไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" เพื่อ "ความสงบสุขร่มเย็น"
ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

วัดสุทัศน์ฯ เพื่อ "วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป" ต้องไปสักการะ "พระศรีศากยมุนี"
ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย

ศาลเจ้าพ่อเสือ ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม "อำนาจบารมี"
ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง

วัดระฆังฯ ต้องไปสักการะ "สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) ด้วยธูป) 3 ดอก
เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู และภาวนาด้วยคาถาชินบัญชร เพื่อ
"ความนิยมชมชื่น มีชื่อเสียงโด่งดัง"

วัดอรุณฯ ต้องไปสักการะ "พระประธาน" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ
"พระปรางค์" อีก 3 รอบ เพื่อ "ชีวิตรุ่งโรจน์"

วัดกัลยาณมิตรฯ ไหว้ "พระประธานหรือหลวงพ่อซำปอกง" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ เพื่อ
"ความสวัสดีมีชัย เดินทางปลอดภัย"

การได้ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนั้นไม่จำเป็นต้องไปในวันพิเศษทางศาสนาเท่านั้น
หากสามารถไปนมัสการได้ทุกเมื่อ ซึ่งการไปนมัสการนี้ ไม่เพียงจะก่อให้เกิดความสบายใจเท่านั้น
หากยังเป็นกุศโลบายที่สร้างความเชื่อมั่นในการพาชีวิตก้าวเดินต่อไปในอนาคต ด้วยสัญญาใจ
ที่ให้ไว้กับตัวเอง และถ้าไม่มุ่งมั่นในโกย "มงคล" เกินไป เวลานั้นน่าจะเป็นเวลาทองที่ได้ซึมซับ
ความสงบสุข ความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษไทยได้อีกด้วย

ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์มติชนออนไลด์


อันที่จริงแล้ววัดทั้ง 9 นี้วิษณุเคยไปนมัสการมาแล้วครบทุกวัดแต่อาจไม่ได้
ทำตามที่ "เกล็ดเสริม" ได้กล่าวไว้ตอนต้น เช่นที่ใดควรใช้อะไรบูชาดังนี้เป็นต้น
แต่วิษณุว่า เราไปด้วยใจ เราเตรียมธูปไป และเทียนไป 18 เล่ม ก็พอเทียนอาจ
เป็นสีขาวหรือสีเหลืองก็ได้ไม่ต้องใหญ่นัก  เอาไว้สัปดาห์หน้าวิษณุจะลองไปโดย
รถโดยสารประจำทางในวันเสาร์หรืออาทิตย์ และจะนำมาเรียนให้ท่านทราบว่าจะต้อง
ขึ้นรถสายใดไปบ้าง จึงจะสะดวกทีสุดครับ อันที่จริงจะว่าไปแล้ว ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ไม่ได้ถือว่าเป็นวัด ส่วนวัดที่อยู่ในระแวกตรงข้ามกับวัดพระแก้ว ด้านประตู เทวาพิทักษ์
คือวัด ราชประดิษฐ์สถิตย์มหาสีมาราม เป็นวัดประจำของรัชการที่ 4 ภายในวัดจะมีรูปหล่อ
ของ ร.4 ภายในบรรจุอัฐิ ของ ร.4 ด้วย ตรงนั้นจะเรียก วังสราญรมย์ เคยเป็นวังของ ร.4
หากท่านได้มีโอกาศมาไหว้พระที่วัดนี้ก็ถือว่าท่านอาจได้อะไรดี ๆ ติดตัวท่านไป เพราะ ร.4
ท่านก็เคยเป็นพระ และได้ตั้ง ธรรมยุตินิกายขึ้นมา เหมือนเป็นหลักปฏิบัติของพระป่าในปัจจุบัน
วิษณุหากมีโอกาศผ่านไปสนามหลวงเมื่อไรก็จะยกมือไหว้ 4 แห่งคือวัดพระแก้ว ศาลเหลักเมือง
วัดราชประดิษ และวันพระเชตุพน ฯ เอาละครับ คราวหน้าจะมาบอกว่าจะต้องนั่้งรถสายไดไปไหว้พระ
9 วัด ภายในวันเดียวให้ทันเวลาก่อนที่วัดจะปิดนะครับ

 


ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 02,กุมภาพันธ์,2011, 05:01:20 am »


คนเราเมื่อยังมีหวังอยู่ก็จะต้องดิ้นรนไปจนสุดเหวี่ยง
จนหาที่หยุดสุดสิ้นไม่ได้  ตามใจที่ยังไม่ได้อบรม  เหมือนกับ
สัตว์ป่าที่จับมาใหม่ ๆ  จะฮึกเท่าไร  ดิ้นเท่าไร  เมื่อเชือกยัง
เหนียวไม่ขาด  สัตว์ป่าก็จะเหนื่อยและรู้กำลังตนเอง  แล้วนิ่งยอม
จำนน  คนเราก็ฉันนั้นเหมือนกัน  เมื่อไม่สมหวังในสิ่งนั้้น ๆ ที
เข้าใจว่าจะนำความสุขมาให้  แล้วใจก็จะสงบสุข  นั่นแหละจึง
จะเห็นที่พึ่งของใจว่า  ที่เราแสวงหาความสุขในที่นั้น ๆ  ด้วย
วัตถุภายนอกนั้น  แท้ที่จริงไม่ใช่แสวงหาความสุขอันแท้จริง
เป็นแต่สุขปลอม ๆ เปลือก ๆ  สุขที่แท้จริงได้แก่สุขที่จิตนิ่งไม่
ดิ้นรนต่างหาก  ผู้มาจับจุดความสุขที่แท้จริงได้อย่างนี้แล้ว
แม้ผู้นั้นจะอยู่ในอิริยาบทใด  ประกอบภาระกิจงานใด ๆ  อยู่ก็
ตาม  เขาจะมีใจเป็นสุขอยุ่ตลอดกาลทุกเมื่อ  แต่เมื่อผู้ยังไม่ถึง
และไม่เห็นเช่นนั้นแล้ว  ก็เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟัง

พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี)



ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 02,กุมภาพันธ์,2011, 06:57:25 am »
(cc03) (cc03) (cc03)
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 03,กุมภาพันธ์,2011, 09:07:19 am »


พืชไมตรี



เมื่อลมฝนโชยมาบ่อยๆครั้ง พื้นดินก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ พืชพรรณ
ไม้ดอกไม้ใบที่อับเฉาเหี่ยวแห้งมาตั้งแต่ฤดูร้อน ก็กลับฟื้นตัวงอกงาม
ขึ้นใหม่ ต่างแทงหน่อ แตกใบ สีสดเขียวสลอนไปหมด น่าดูน่าชม
พืชงอกงามเพราะได้น้ำ ถ้าขาดน้ำไร้ฝนแล้วก็แห้งเหี่ยวอับเฉา มีพืชอีก
ชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยน้ำเหมือนกัน แต่เป็น “น้ำใจ” ไม่ใช่น้ำฝน พืชที่ว่านี้
ก็คือ พืชไมตรี นั่นเอง พืชไมตรีก็เหมือนกับพืชทั่วๆไป เพราะต้องปลูกดุจเดียวกัน

ดังสุภาษิตพระร่วง “ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย” การปลูกไมตรีได้แก่
คิดหวังดี มุ่งดี ปรารถนาดี เพื่อผู้อื่นเป็นสุข โดยเว้นจากการเบียดเบียน มุ่งร้ายเขา

ผู้ที่มีจิตเมตตา ย่อมมากด้วยไมตรี ย่อมสามารถปลูกมิตรไว้รอบข้าง หรือทุกทิศ
ทุกสถาน จึงมีแต่ผู้รักใคร่นับถือ ไม่มีศัตรูมุ่งปองร้าย มีแต่ความเย็นกายเย็นใจ
อันเกิดจากพืชไมตรี ที่ตนปลูกไว้งอกงามแล้วให้ผลนั่นเอง

  



ออฟไลน์ *~ umarin ~*

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 537
  • www.umarin.com
    • อีเมล์
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 03,กุมภาพันธ์,2011, 12:12:55 pm »
(cc03) (cc03) (cc03)
 (81): (81): (81):

ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 04,กุมภาพันธ์,2011, 08:57:18 am »


กระจกส่องใจ



ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าว่า :- วันหนึ่ง
พระราหุลนั่งอยู่ในสวนมะม่วงในกรุงราชคฤห์
พระพุทธองค์เสด็จไป ณ.ที่นั้นเมื่อประทับนั่ง
บนอาสนะ เรียบร้อยแล้ว ได้ตรัสถามพระราหุลว่า

   “ราหุล กระจกเงามีประโยชน์อย่างไร”

   “มีประโยชน์สำหรับส่อง พระเจ้าข้า” พระราหุลตอบ

   พระพุทธองค์จึงทรงประทานโอวาทแก่พระราหุลว่า

   “ดูก่อนราหุล นี่แลฉันใด ปัญญาก็มีประโยชน์สำหรับส่องฉันนั้น

ก่อนที่เธอจะทำการงานสิ่งใดพึงพิจารณาดูให้ดีก่อน
ถ้ารู้ว่าการงานเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน ตนเองก็ดี
เบียดเบียนผู้อื่นก็ดี หรือทั้งตนเองทั้งผู้อื่นก็ดี การงาน
นั้นเธอไม่ควรทำ แม้ในขณะที่ทำอยู่ก็พึงพิจารณาอย่าง
นั้นอีก ถ้ารู้ว่าเป็นโทษดังกล่าวแล้วพึงงดเสีย

ถ้ารู้ว่าไม่มีโทษเธอจงหมั่นทำเถิด หรือการงานที่พิจารณา
เสร็จไปแล้ว ก็พึงพิจารณาอย่างนั้นอีก ถ้ารู้ว่ามีโทษ
ก็พึงสารภาพผิดแล้วสำรวมระวังต่อไป ถ้ารู้ว่าไม่มีโทษ
ก็พึงยินดีปราโมทย์กับงานที่บริสุทธิ์นั้นทุกคืนวันเถิด”

พระพุทธโอวาทที่ตรัสกับพระราหุลนี้ ถ้าเราทุกคนจะน้อมมา
พิจารณาตรวจสอบดู กับการงานของเราซึ่งทำเป็นประจำ ก็จะ
เป็นเสมือนกระจกเงาสำหรับส่องจิตใจ เพื่อป้องกันมิให้ทำงานผืดพลาด
หรือแม้ผิดพลาดไปแล้ว ก็ยังมีโอกาสกลับตัวได้โดยง่าย เพรา
มีสติรู้ตัวอยู่ จึงควรน้อมพระพุทธโอวาทนี้มาสู่ตัวเราโดยทั่วกันเทอญ


ออฟไลน์ ~ lady of gold ~

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 5428
    • อีเมล์
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 04,กุมภาพันธ์,2011, 08:18:23 pm »
มารับกระจก  ลองส่องใจดูค่ะ  (cc03)

ออฟไลน์ wisnu 01

  • Global Moderator
  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2644
Re: อธิษฐานให้เป็น
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 05,กุมภาพันธ์,2011, 09:11:54 am »


หลังจากที่แม่ไก่ฟักไข่จนเป็นตัวแล้ว แม่ไก่ก็ทนุถนอมเลี้ยงดูลูก
จนโตเป็นลูกเจี๊ยบพาสอนให้รู้จักออกคุ้ยเขี่ยอาหารกิน ตกค่ำแม่ไก่ก็
ให้ลูก ๆ ซุำกอยู่ใต้ปีกหลับไปตลอดทั้งคืนพอสว่าง แม่ไก่ลุกขึ้นยืน
หลังจากนอนกกลูกเล็กๆไว้ใต้ปีกตลอดทั้งคืน แล้วชวนลูกออกหากิน
โดยคุ้ยเขี่ยอาหารให้ลูกตัวน้อยๆคอยวิ่งรับเหยื่อจากแม่ เมื่ออิ่มหนำ
ทั่วกันแล้ว ชักเหนื่อย แม่ไก่ก็ให้ลูกๆมาซุกอยู่ใต้ปีกเพื่อให้ปลอดภัย

โอ..ความรักของแม่ ช่างลำบากด้วยการเลี้ยงลูก

แต่พอลูกไก่ที่เติบโตใหญ่ หากินได้เองแล้ว ก็จะพ้นจากอกแม่ไก่ไป
และไม่มีลูกไก่ตัวไหนเลยที่จะเลี้ยงแม่ไก่ตอบแทนคุณ อนิจจา แม่ไก่
ที่น่าสงสาร ...... พ่อ แม่ ของเราก็เหมือนกับแม่ไก่ โดยต้องลำบาก
เลี้ยงเราจนเติบใหญ่ ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจมากมาย แต่จะมีลูกสักกี่คน

ที่จะเลี้ยงดูท่านตอบแทนบ้าง

"จงเอาอย่างแม่ไก่ ที่ไม่ยอมทิ้งลูก"

"แต่อย่าเอาอย่างลูกไก่ซึ่งโตแล้วก็ทิ้งแม่ของตน"

พ่อแม่ของเรา มีเพียง ๒ เท่านั้น และจะอยู่เพื่อให้เราเลี้ยงท่านไม่นานนักหรอก



 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31